Showing posts with label ยาระบบต่อมไร้ท่อ. Show all posts
Showing posts with label ยาระบบต่อมไร้ท่อ. Show all posts

Sunday, January 5, 2020

การคุมกำเนิดฉุกเฉิน


การคุมกำเนิดฉุกเฉิน
นพ. สุวิวัฒน์ บุนนาค
ผศ.ดร.พญ.วรรณรัศมี เกตุชาติ
ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การคุมกำเนิดฉุกเฉิน เป็นการคุมกำเนิดโดยการใช้ฮอร์โมนเพศหรือวิธีการอื่นๆ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แบบไม่พึงประสงค์จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การคุมเนิดแบบไม่ถูกวิธี หรือใช้ในกลุ่มของบุคคลที่ได้รับการคุกคามทางเพศ
ยาคุมกำเนิดชนิดกิน (Oral contraceptive pills หรือ Oral contraceptives) เป็นยาที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนและ/หรือโปรเจสเตอโรน ซึ่งต่างก็เป็นฮอร์โมนที่มีอยู่ในร่างกายของเพศหญิง โดยระดับของฮอร์โมนจะมีระดับะเปลี่ยนแปลงไปตามรอบเดือน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ทำให้เกิดประจำเดือนในผู้หญิง
องค์การอนามัยโลกได้แนะนำวิธีการคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพสูงและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประกอบด้วย ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิดรับประทาน และห่วงอนามัย
1.      ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency contraception pill) ออกฤทธิ์โดยการป้องกันการตกไข่หรือทำให้ตกไข่ช้าลงซึ่งกลไกนี้จะเกิดขึ้นหากรับประทานในช่วงก่อนการตกไข่ หากรับประทานหลังช่วงตกไข่ไปแล้วจะไม่สามารถยับยั้งการตกไข่ได้ แต่จะมีผลต่อปากมดลูกโดยทำให้เกิดความข้นเหนียว รวมทั้งทำให้โพรงมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อนโดยมีการเปลี่ยนแปลงที่เยื่อบุผิวของโพรงมดลูก ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินประกอบด้วย
a.      Yuzpe method ประกอบด้วย Ethinyl estradiol 0.1 มิลลิกรัม และ Levonorgestrel 0.5 มิลลิกรัม โดยกินยาเม็ดแรกหลังมีเพศสัมพันธ์ทันทีภายใน 72 ชั่วโมง หลังมีเพศสัมพันธ์ เม็ดที่สองกินในอีก 12 ชั่วโมงต่อมา ประสิทธิภาพจะดีเมื่อกินภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ วิธีนี้ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากการรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนในขนาดสูงจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนี้อาจหายาเม็คคุมกำเนิดชนิดฮฮร์โมนรวมที่จะนำมารับประทานแบบ Yuzpe method ได้ยากเนื่องจากต้องมีปริมาณเอสโตรเจนถึง 0.1 มิลลิกัมอาจจะต้องรับประทานพร้อมกันหลายเม็ดเนื่องจากยาคุมกำเนิดในปัจจุบันพยายามปริมาณเอสโตรเจนในเม็ดยาลง เช่นเม็ดนึงมีปริมาณเอสโตรเจน 20-35 มิไมโครกรัม อาจจะต้องกินพร้อมกัน 3-5 เม็ด เนื่องจากปัจจุบันมียาคุมชนิดที่มีเอสโตรเจนสูง 50 ไมโครกรัมเพียงไม่กี่ชนิด
b.      ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินโปรเจสเตอโรนขนาดสูง (Levonorgestrel) มีวิธีการกินสองวิธีคือ กินยาขนาด 1.5 มิลลิกรัม กินครั้งเดียวหลังมีเพศสัมพันธ์ 72 ชั่วโมง หรือกินยาขนาด 0.75 มิลลิกรัม กินสองครั้ง เม็ดแรกกินทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ เม็ดที่สองกินห่างจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมง เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงและอาการข้างเคียงน้อยกว่า Yuzpe method จึงเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด
2.      ห่วงอนามัย (intrauterine device: IUD) ใช้โดยการสอดใส่ห่วงอนามัยสู่โพรงมดลูกภายในเวลา 5 วัน หลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีทั้งหมด 2 ประเภท
a.      ห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง (Copper-containing IUD) ประกอบด้วยชนิด multiload 250 คุมกำเนิดได้ 3 ปี multiload 375 คุมกำเนิดได้ 5 ปี และ Copper-T 380 คุมกำเนิดได้ 10 ปี คาดว่าออกฤทธิ์โดยการทำให้เกิดการอักเสบในโพรงมดลูกจากสิ่งแปลกปลอมในโพรงมดลูก ทำให้ขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนและเยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัว
b.      ห่วงอนามัยชนิดหลั่ง progestin ประกอบด้วย levonorgestrel-releasing IUD ชนิด mirena มีองค์ประกอบหลักเป็น levonorgestrel 53 มิลลิกรัม คุมกำเนิดได้ 5 ปี ออกฤทธิ์คล้ายกับห่วงอนามัยชนิดหุ้มทองแดง นอกจากนี้ยังทำให้บริเวณของปากมดลูกข้นเหนียว ป้องกันการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิเข้าไปในมดลูก
ผลข้างเคียง
            ยาคุมกำเนิดประเภท Yuzpe method ซึ่งเป็นยาคุมกำเนิดประเภทฮอร์โมนรวม มีอาการข้างเคียงคือ คลื่นไส้อาเจียน ส่วนยาคุมกำเนิดฉุกเฉินชนิด Levonorgestrel พบอาการข้างเคียงคือคลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังทำให้มีเลือดออกผิดปกติ การใส่ห่วงอนามัยสามารถพบผลข้างเคียงได้คือ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ตกขาวมากขึ้น หรือมีการติดเชื้อหรือภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ปวดท้องน้อย
ประสิทธิภาพ
            สำหรับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่กินหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ หากกินยาเร็วเพียงใดประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็จะมากขึ้น โดยภพว่าประสิทธิภาพจะดีเมื่อกินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ทันทีหรือภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงเรื่อย ๆ จากการศึกษาพบว่าการคุมกำเนิดโดยการกินยาในรูปแบบของ Yuzpe Mothod มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 56-86 ส่วนการคุมกำเนิดโดยใช้ยาคุมที่มีส่วนประกอบของ Levonorgestrel อย่างเดียวจะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดประมาณร้อยละ 58-89
            สำหรับประสิทธิภาพของการป้องกันการตั้งครรภ์โดยการใส่ห่วงอนามัยหลังการมีเพศสัมพันธ์มีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 99 พบว่าหญิงที่เคยคลอดบุตรมาก่อน จะสามารถใส่ห่วงอนามัยได้ง่ายกว่าเนื่องจากปากมดลูกมีลักษณะฉีกขวางออก ร่วมกับจะต้องให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมมาก่อน จึงสามารถใส่ห่วงอนามัยได้อย่างถูกต้อง ทำให้การใช้ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากไม่เสี่ยงต่อความเจ็บปวด สะดวกหาซื้อง่าย
            ถึงแม้ทั้งยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินและห่วงอนามัยจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างที่กล่าวมาแล้ว แต่วิธีดังกล่าวไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น การติดเชื้อ HIV เป็นต้น ดังนั้นต้องมีการป้องกันโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ผ่านการใช้ถุงยางอนามัยด้วย นอกจากนี้หากต้องใช้ยาคุมฉุกเฉินชนิดโปรเจสเตอโรนขนาดสูงมากกว่า 2 ครั้งต่อเดือนควรพิจารณาวิธีการคุมกำเนิดชนิดอื่น เช่น การกินยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมเป็นประจำทุกวัน การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุม หรือการใส่ห่วงอนามัย เพื่อลดผลข้างเคียงและเพิ่มประสิทธิภาพการลดอัตราการตั้งครรภ์

References
1.      The American College of Obstetricians and Gynecologists. Emergency Contraception. Practice bulletin. 2015;152.
2.      Sangsawang N, Sangsawang B, Wisarapun P. Emergency contraception in adolescences. Journal of Medicine and Health Sciences. 2016;23(1).
3.      World Health Organization. Fact sheet: emergency contraception. Geneva: World Health Organization; 2016.


Wednesday, June 1, 2016

Domperidone

domperidone กับการใช้เป็นยากระตุ้นการหลั่งน้ำนม


Monday, April 6, 2015

Oral hypoglycemic drugs

Metformin เป็นยาเม็ดลดระดับน้ําตาลในเลือดที่ควรเลือกใช้เป็นขนานแรกสําหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ทุกรายที่ไม่มีข้อห้าม